TrueMoney โชว์นวัตกรรมปลอดภัยขั้นสุดของอีวอลเล็ทในงาน Bangkok Fintech Fair 2019 พร้อมเชิญผู้ใช้ร่วมทดสอบระบบ e-KYC ที่รวดเร็วและแม่นยำสูงสุดได้แล้ววันนี้ที่ 7-Eleven 9 สาขา

TrueMoney โชว์นวัตกรรมปลอดภัยขั้นสุดของอีวอลเล็ทในงาน Bangkok Fintech Fair 2019 พร้อมเชิญผู้ใช้ร่วมทดสอบระบบ e-KYC ที่รวดเร็วและแม่นยำสูงสุดได้แล้ววันนี้ที่ 7-Eleven 9 สาขา

- นำเทคโนโลยีสุดล้ำระดับโลก Biometric Facial Recognition มาใช้ยืนยันตัวตน 
- สร้างมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงแก่การใช้จ่าย e-payment 


บริษัท TrueMoney จัดแสดงนวัตกรรม e-KYC ที่รวดเร็วและแม่นยำสูงสุดในงาน Bangkok Fintech Fair 2019 เมื่อเร็วๆ นี้ พร้อมจับมือร้าน 7-Eleven 9 สาขา เชิญผู้ใช้นำร่องทดสอบนวัตกรรมการยืนยันตัวตนแบบใหม่ ที่บริษัทฯ พัฒนาร่วมกับบริษัท ZOLOZ ผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชั่นและเทคโนโลยีการยืนยันตัวตนแบบ Biometric ระดับโลก สามารถตรวจสอบใบหน้าและเทียบค่าความเหมือน ต่าง ภายใน 3 วินาที สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคในโลกดิจิทัลไปพร้อม ๆ กับการสร้างมาตรฐานความปลอดภัย ที่สะดวกและเข้าถึงทุกคน 

ทั้งนี้ บริษัท TrueMoney เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการอีวอลเล็ทในประเทศไทยที่มีการนำเทคโนโลยีการยืนยันตัวตนแบบ Biometrics ด้วยการสแกนใบหน้า (Facial Recognition) มาใช้ในระบบการแสดงและยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC) ในสนามทดสอบ (Regulatory sandbox) ของธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันทางการเงินชั้นนำต่างๆ ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยเทคโนโลยี Biometric Facial Recognition คือหนึ่งในห้าเทคโนโลยีสำคัญที่อยู่ใน Regulatory Sandbox ของ ธปท. (ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ความคืบหน้า Regulatory Sandbox) การใช้ Facial Recognition เพื่อการทำ e-KYC เป็นระบบการพิสูจน์ตัวตนด้วยการสแกนใบหน้าที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการระบุตัวตน ลดขั้นตอนความยุ่งยาก การลืมพาสเวิร์ด และความเสี่ยงในการถูกใช้เป็นช่องทางทุจริตหรือการฟอกเงิน พร้อมสร้างมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ให้กับเจ้าของบัญชีขั้นสูงสุดในอุตสาหกรรม รวมถึงเพิ่มความสะดวก เนื่องจากร้าน 7-Eleven เปิดให้บริการทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และผู้ใช้บริการสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ 7-Eleven ได้ทุกสาขา ตลอดเวลา 24 ชม. เพื่อรับการให้บริการที่สะดวกรวดเร็ว ไม่ยุ่งยาก 

นางสาวมนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด กล่าวว่า “เป้าหมายสำคัญของเรา นอกจากการช่วยให้ผู้คนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้ด้วยนวัตกรรมทันสมัยอย่างสะดวกสบายแล้ว เรายังมุ่งให้ความสำคัญกับการสรรหา ลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยอย่างจริงจัง เพราะเราตระหนักดีว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคคือหัวใจหลักในการให้บริการด้านการเงิน เราจึงร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลกอย่าง ZOLOZ นำเทคโนโลยีความปลอดภัยนี้มาปรับใช้ในประเทศไทยในร้าน 7-Eleven เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยในการใช้ e-Wallet ขั้นสูงสุด พวกเราดีใจมากที่ได้เป็นส่วนสำคัญในการช่วยยกระดับมาตรฐานการยืนยันตัวตนแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC) ให้กับประเทศไทย โดยเราทำงานอย่างใกล้ชิดกับธนาคารแห่งประเทศไทยและตอนนี้อยู่ในขั้นตอนยื่นเรื่องออกจาก Sandbox ซึ่งจะพร้อมเปิดให้บริการใน 7-Eleven ทุกสาขาในเร็ว ๆ นี้” 

“ปัจจุบันมีหลายบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกได้นำระบบ Facial Recognition มาใช้ยืนยันตัวตนพนักงานเพื่อปกป้องภัยคุกคามที่มาในหลากหลายรูปแบบ เช่นเดียวกับทรูมันนี่ ที่วันนี้นำเสนอกระบวนการยืนยันตัวตนที่ง่ายดายเหมือนการถ่ายภาพ selfie และใช้ความสามารถของเทคโนโลยีตรวจจับอัตลักษณ์บุคคลที่มีความแม่นยำ 99.99% เชื่อมโยงจับคู่กับฐานข้อมูลในบัตรประชาชนได้อย่างรวดเร็วไม่ถึง 3 วินาที ทำให้ผู้ใช้ดำเนินการป้องกันตัวเองได้อย่างสะดวกและมั่นใจยิ่งขึ้นเมื่อยืนยันตัวตนสำเร็จ” นางสาวมนสินี กล่าวเพิ่มเติม 

“เราตระหนักดีว่าผู้บริโภคในปัจจุบันมีความรู้ความเข้าใจ และใช้งานเทคโนโลยีอย่างกว้างขวาง ขณะเดียวกันก็ยังมีผู้บริโภคที่เริ่มเรียนรู้การใช้งานเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่อำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน เฉกเช่นเดียวกันกับกลุ่มมิจฉาชีพหรือผู้ที่ตั้งใจพลิกแพลงการใช้เทคโนโลยีไปในทางที่ไม่ถูกต้องที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทรูมันนี่มั่นใจว่า e-KYC จะสร้างความเชื่อมั่นและเป็นเกราะป้องกันให้กับอุตสาหกรรมอีวอลเล็ทในภาพรวม รวมถึงผู้ใช้ทุกคนของเราจากเหล่ามิจฉาชีพที่มักสวมรอยใช้บัญชีอีวอลเล็ทของผู้ตกเป็นเหยื่อ พร้อมทั้งช่วยคัดกรองการใช้งานไปในทางที่ไม่เหมาะสม เช่น ในธุรกิจสีเทา ขายภาพลามกอนาจาร หรือใช้เป็นเครื่องมือฟอกเงินอื่น ๆ” นางสาวมนสินี กล่าวสรุป 

6 ขั้นตอนลงทะเบียนยืนยันตัวตนแบบ Selfie 
(*อัพเดทแอปพลิเคชัน TrueMoney Wallet ของคุณให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดก่อนยืนยันตัวตน iOS และ Android) 

1. แจ้งความประสงค์ต้องการลงทะเบียนยืนยันตัวตนแอปฯ TrueMoney Wallet ทรูมันนี่ วอลเล็ท แก่พนักงาน 7-Eleven ในสาขาที่เข้าร่วมแคมเปญ 
2. เปิดเข้าแอปฯ TrueMoney Wallet กดที่เมนู “ฉัน” 
     a. กด “ยืนยันตัวตนที่ 7-Eleven” 
     b. กด “เริ่มยืนยันตัวตน” 
     c. ยื่นบาร์โค้ดให้พนักงาน 7-Eleven ทำการสแกน 
3. เสียบบัตรประชาชนของคุณที่เครื่องเสียบบัตร เพื่อทำการตรวจสอบและยื่นบัตรประชาชนให้พนักงาน 7-Eleven 
4. รอรับใบเสร็จ จากนั้น กดปุ่ม “ได้รับใบเสร็จแล้ว” บนแอปฯ และทำการสแกนบาร์โค้ดที่อยู่ในใบเสร็จที่ได้รับมาจากพนักงาน 7-Eleven 
5. ระบบจะทำการเปิดกล้องมือถืออัตโนมัติ และทำการสแกนใบหน้าของคุณ (โดยกล้องหน้า) 
6. ยืนยันตัวตนสำเร็จ โดยสังเกตวงกลมสีเขียวที่ล้อมรอบรูปของเราจะมีเส้นเขียวเต็มวง นั่นแสดงให้ทราบว่าคุณได้ทำการยืนยันตัวตนในขั้นสูงสุดด้วย biometric เป็นที่เรียบร้อย 

ร้าน 7-Eleven 9 สาขา ที่รองรับการยืนยันตัวตนในรูปแบบ Selfie ประกอบด้วย 
- สาขาตึก เอไอเอ แคปปิตอล รัชดาฯ 
- สาขาตึก ทรู ดิจิทัล พาร์ค ปุณณวิถี ชั้น G 
- สาขาบารอน รัชดาฯ ซอย 3 (ตรงข้ามร้านข้าวมันไก่) 
- สาขารัชดาฯ 1 ซอยอยู่เจริญ 
- สาขาถนนรัชดาฯ ซอย 4 (ตรงข้างร้านกาแฟมวลชน) 
- สาขาตึกธาราสาทร (CP All) 
- สาขาเทเวศน์ 3 (ธนาคารแห่งประเทศไทย) 
- สาขาตึกสาทรสแควร์ (BTS ช่องนนทรี) 
- สาขาตึกยูไนเต็ดเซ็นเตอร์ (สีลม) 

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยืนยันตัวตน TrueMoney Wallet ที่ https://www.truemoney.com/biometrickyc/ 

หากคุณมีข้อสงสัยหรือต้องการความช่วยเหลือในการใช้งานแอปพลิเคชั่น สามารถติดต่อ TrueMoney Customer Care ผ่าน Call Center เบอร์ 1240 หรือ Live Chat ตลอด 24 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ทุกคนพร้อมดูแลคุณเสมอ https://www.truemoney.com/contact/ 

เกี่ยวกับ TrueMoney 
TrueMoney คือผู้นำด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนท์ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมุ่งเน้นให้บริการทางการเงินแก่ผู้คนรวมไปถึงผู้ที่เข้าไม่ถึงบริการของสถาบันทางการเงิน โดยให้บริการใน 6 ประเทศในภูมิภาคได้แก่ ประเทศไทย กัมพูชา เมียนมาร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย 

TrueMoney ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2546 และเข้าเป็นธุรกิจหนึ่งของบริษัท Ascend Money ในปี พ.ศ. 2557 และเป็นพันธมิตรกับบริษัท Ant Financial Services Group ใน พ.ศ. 2559 โดยปัจจุบันมีบริการด้านการเงินที่หลากหลาย อาทิ TrueMoney Wallet แอปพลิเคชั่นอำนวยความสะดวกในการใช้จ่ายง่ายขึ้นและตอบโจทย์กับทุกไลฟ์สไตล์ได้รับความนิยมสูงสุด นอกจากนั้นยังมีเครือข่ายตัวแทน ทรูมันนี่ ที่ครอบคลุมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบริการรับชำระเงินแบบออฟไลน์ ทั้งหมดนี้เพื่อมอบความสะดวกสบายในการทำธุรกรรมทางการเงินให้กับหลายล้านคนเพื่อก้าวล้ำไปสู่ชีวิตที่ดียิ่งขึ้น