“ฮาบิแทท กรุ๊ป” ร่วมทุน “ลิสต์ กรุ๊ป” จากญี่ปุ่น เสริมแกร่งธุรกิจพัฒนา 2 คอนโดมิเนียมลักชัวรีโลว์ไรซ์ย่านทองหล่อ มูลค่ารวมกว่า 2.8 พันล้านบาท

“ฮาบิแทท กรุ๊ป” ร่วมทุน “ลิสต์ กรุ๊ป” จากญี่ปุ่น เสริมแกร่งธุรกิจพัฒนา 2 คอนโดมิเนียมลักชัวรีโลว์ไรซ์ย่านทองหล่อ มูลค่ารวมกว่า 2.8 พันล้านบาท

“ฮาบิแทท กรุ๊ป” ผู้นำด้านการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมี่ยมเพื่อการลงทุนของไทย เดินหน้าสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมประกาศแผนการร่วมทุน “ลิสต์ กรุ๊ป” (List Group) ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์จากประเทศญี่ปุ่น นำร่องร่วมลงทุนพัฒนา 2 โครงการคอนโดมิเนียมลักชัวรีโลว์ไรซ์ใจกลาง CBD “วาลเด้น ทองหล่อ 8” และ “วาลเด้น ทองหล่อ 13” มูลค่ารวมกว่า 2,800 ล้านบาท หวังผลักดันแบรนด์และขยายตลาดสู่ต่างประเทศ ผ่านเครือข่ายอสังหาริมทรัพย์นานาชาติของลิสต์ กรุ๊ป

นายชนินทร์ วานิชวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า “การร่วมทุนกับ ลิสต์ กรุ๊ป ครั้งนี้ เพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมลักชัวรีโลว์ไรซ์ บนทำเลศักยภาพย่านทองหล่อจำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ “วาลเด้น ทองหล่อ 8” และโครงการ “วาลเด้น ทองหล่อ 13” ทั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญเพื่อให้เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ผลักดันการเติบโตของธุรกิจของ ฮาบิแทท กรุ๊ป อย่างต่อเนื่อง ในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ของกรุงเทพฯ อีกทั้งยังเป็นการขยายธุรกิจต่อยอดความสำเร็จจากการไปเปิดตลาดจีน และฮ่องกงที่ผ่านมา ซึ่งเราสามารถใช้โอกาสจากเครือข่ายสำนักงานที่กระจายอยู่ในหลายประเทศรวมถึงประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในประเทศญี่ปุ่นของ ลิสต์ กรุ๊ป ในการส่งเสริมการเติบโตและต่อยอดการขยายตลาดลูกค้าต่างประเทศของ ฮาบิแทท กรุ๊ป”

ทั้งนี้ในการร่วมทุนระหว่างบริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด และ บริษัท ลิสต์ กรุ๊ป จำกัด มีการจัดตั้งบริษัทฯในการร่วมทุน 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป ลิสต์ จำกัด เพื่อพัฒนาโครงการ “วาลเด้น ทองหล่อ 8” และ บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป ลิสต์ 2 จำกัด เพื่อพัฒนาโครงการ “วาลเด้น ทองหล่อ 13” โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นแบ่งเป็น ฮาบิแทท กรุ๊ป ถือหุ้น 62% และลิสต์ กรุ๊ป ถือหุ้น 38% โครงการคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ วาลเด้น เน้นมอบเอกลักษณ์ความเป็นส่วนตัว ความใกล้ชิดกับธรรมชาติ และความมีเสน่ห์ของที่อยู่อาศัย ด้วยการออกแบบที่ทันสมัยของคอนโดโลว์ไรซ์ ผสานความหรูหราเข้ากับธรรมชาติในทำเล CBD ซึ่งจะมอบความพิเศษแก่ผู้ซื้อทั้งในด้านการลงทุนและซื้อเพื่ออยู่อาศัย

สำหรับโครงการ “วาลเด้น ทองหล่อ 8” เป็นคอนโดมิเนียมลักชัวรีโลว์ไรซ์ 8 ชั้น จำนวน 117 ยูนิต ตั้งอยู่ในซอยทองหล่อ 8 ห่างจากถนนเส้นหลักเพียง 100 เมตร มีขนาดห้องตั้งแต่ 32.5-71 ตารางเมตร ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 235,000-260,000 บาทต่อตารางเมตร โดยจะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2562 และโครงการ “วาลเด้น ทองหล่อ 13” เป็นคอนโดมิเนียมลักชัวรีโลว์ไรซ์ 8 ชั้น จำนวน 122 ยูนิต มีขนาดห้องตั้งแต่ 35 – 60 ตารางเมตร ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 185,000 - 220,000 แสนบาทต่อตารางเมตร โดยจะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้เช่นกัน

“ทองหล่อเป็นทำเลที่มีศักยภาพการขยายตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นพื้นที่ศูนย์กลางเศรษฐกิจที่เชื่อมต่อจากถนนสุขุมวิท จึงทำให้ย่านนี้มีความน่าสนใจในการลงทุนเป็นอย่างมาก การที่ย่านนี้มีทั้งอาคารสำนักงานระดับพรีเมียม และคอนโดมีเนียมระดับไฮเอนด์ตั้งอยู่ ส่งผลให้ราคาของอสังหาริมทรัพย์ในย่านนี้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งซอยทองหล่อในปัจจุบันนับเป็นย่านไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้งช้อป กิน เที่ยว ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ทองหล่อเป็นย่านที่น่าลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ” นายชนินทร์ กล่าว

“ทองหล่อยังเป็นที่อยู่อาศัยของผู้ที่มีรายได้สูงไปจนถึงเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยยอดนิยมของชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาพำนักทำงานในประเทศไทย หากเปรียบเทียบกับโครงการที่อยู่อาศัยอื่นๆ ในย่านบริเวณใกล้เคียง  โครงการ “วาลเด้น ทองหล่อ 8” และโครงการ “วาลเด้น ทองหล่อ 13” จัดว่าเป็นโครงการตั้งอยู่ในทำเลทองที่คุ้มค่าแก่การลงทุนอย่างยิ่ง  เพราะนอกจากโดดเด่นในด้านทำเลที่ตั้งแล้ว ยังมอบความพิถีพิถันในด้านคุณภาพ และการออกแบบที่การันตีด้วยรางวัลคุณภาพต่างๆ ที่ทำให้ชื่อเสียงของคอนโดมิเนียมแบรนด์วาลเด้นได้รับการยอมรับเรื่อยมา ซึ่งคุ้มค่าทั้งการซื้อเพื่ออยู่อาศัยและซื้อลงทุนไว้ปล่อยเช่า”

สำหรับ ลิสต์ กรุ๊ป ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนาน โดยก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2534 ณ เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น โดยมีประสบการณ์และความชำนาญทั้งในด้านการเป็นตัวแทนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมและบ้านพร้อมที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย การจัดการด้านสินทรัพย์ รวมถึงการจัดการด้านกองทุนอีกด้วย และด้วยความโดดเด่นของ ลิสต์ กรุ๊ป ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและการจัดการกองทุนนี้ จึงทำให้บริษัทฯ รุกด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ทั้งในตลาดประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างรวดเร็ว ลิสต์ กรุ๊ป ได้ซื้อสิทธิ์ “ซอเธอบี้ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียลตี้” ในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2553 และในฮาวายเมื่อปี 2556 ลิสต์ กรุ๊ป ได้ดำเนินการขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในวันนี้ ซอเธอบี้ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียลตี้มีสำนักงานในฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และฮ่องกง และได้เปิดสำนักงานในประเทศไทยเมื่อไตรมาส 3 ปี 2561 ที่ผ่านมาอีกด้วย นอกจากนั้น ซอเธอบี้ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียลตี้ ยังมีสำนักงานในเครือข่ายกว่า 990 แห่งใน 72 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเครือข่ายระดับโลกนี้จะเป็นการช่วยขยายตลาดของโครงการ “วาลเด้น ทองหล่อ 8” และโครงการ “วาลเด้น ทองหล่อ 13” สู่ระดับนานาชาติได้เป็นอย่างดี

มิสเตอร์ฮิซาชิ คิตะมิ ผู้ก่อตั้ง ซีอีโอ และประธาน, ลิสต์ กรุ๊ป  กล่าวว่า “เมืองไทยเป็นตลาดสำคัญสำหรับ ลิสต์ กรุ๊ป โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ซึ่งบริษัทฯได้เล็งเห็นความแข็งแกร่งในพื้นฐานหลายเรื่องๆ อีกทั้งยังมองว่าตลาดอสังหาฯระดับพรีเมียมจะยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราเลือกร่วมทุนกับ ฮาบิแทท กรุ๊ป เพราะเป็นบริษัทอสังหาฯที่มีจุดเด่นเฉพาะตัว อีกทั้งมีแนวคิดที่สอดคล้องกันในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมเพื่อการลงทุน และมีการศึกษาข้อมูลการตลาดเชิงลึก รวมถึงที่ผ่านมา ฮาบิแทท กรุ๊ป มีผลงานพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมคุณภาพ ที่มีรางวัลน่าเชื่อถือมากมาย โดยเราเชื่อว่าประสบการณ์จากการทำงานในระดับนาชาติของลิสต์กรุ๊ปจะสามารถนำองค์ความรู้ และมุมมองสากลมาสู่การร่วมทุนครั้งนี้ ซึ่งเราจะใช้โอกาสในการมีสำนักงานอยู่ในประเทศต่างๆ ในภูมิภาคและเครือข่ายสำนักงานทั่วโลก ลิสต์ ซอเธอบี้ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียลตี้ ให้เป็นประโยชน์ในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าบุคคลที่มีสินทรัพย์มูลค่าสูง (HNWI) เพื่อนำเสนอโครงการ วาลเด้น ทองหล่อ 8 และโครงการ วาลเด้น ทองหล่อ 13”    

อย่างไรก็ดี บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป และลิสต์ กรุ๊ป เล็งเห็นแนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ที่ดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง 2562 จากสภาพทางเศรษฐกิจที่มั่นคง และโครงการลักชัวรีต่างๆที่ยังมีจำนวนจำกัดในพื้นที่ ทำให้โครงการ “วาลเด้น ทองหล่อ 8” และโครงการ “วาลเด้น ทองหล่อ 13” เป็นโอกาสในการลงทุนที่มั่นคง สำหรับผู้ซื้อที่คาดการณ์ผลตอบแทนและกำไรจากการลงทุนที่แข็งแกร่ง